634228-img-1348495256-4

ราคงเคยนึกสงสัยว่าเหตุใดทำไมผู้ชาย ญี่ปุ่น(บางส่วน) ถึงได้โรคจิตนัก?ทำไมญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศอุตสาหกรรมหนัง AVทำไมนางแบบวัยเอ๊าะถึงมีรูปโป๊เปลือยออกมาแทบไม่เว้นแต่ละวัน? นั้นเพราะประเทศญี่ปุ่นมีความอิสระทางเพศมากกว่าด้วยเพราะประเทศญี่ปุ่นใน ปัจจุบันนั้นแทบไม่บอกตรงตัวว่าศาสนาไหนเป็นศาสนาประจำชาติเลยคนญี่ปุ่นบาง คนควบสองศาสนา หรือไม่มีศาสนานับถือด้วยซ้ำ หรืออาจจะนับถือศาสนา “วัตถุนิยม” ก็ได้?

อย่างที่รู้กันว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเรียกว่าเป็นยักษ์ใหญ่ความเจริญในเอเชีย ก็ว่าได้นวัตกรรมเทคโนโลยีล้วนแล้วมาจากมันสมองของญี่ปุ่นทั้งนั้นเรียกว่า กลายเป็นประเทศทุนนิยมเต็มตัว และประชากรในประเทศเริ่มจะกลายเป็นนับถือศาสนา “บริโภค” นิยมกันไปเสียแล้ว? โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นได้เคยขึ้นแท่นแชมป์ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแค่ใน ย่านฮาราจุกุเพียงพื้นที่เท่ากระดาษเอสี่ ก็มีราคาถึง 4 ล้านเยน(1,200,000 บาท) ค่าบะหมี่ชามเท่า 25 บาทไทยแต่ที่บ้านพี่ยุ่นชามละขั้นต่ำ 600 เยน (180 บาท)เรียกว่าใครจะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องกระเป๋าหนักเลยทีเดียว …เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในญี่ปุ่นจึงแพงหมด

รัฐบาลญี่ปุ่นใน เวลานี้กำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจที่เรียกว่าผีซ้ำด้าม พลอยเลยทีเดียว เจอทั้งอัตราคนว่างงาน(คนเลือกงานมากขึ้นและบางทีบริษัทก็ไม่มีนโยบายรับคน ทำงานเพิ่ม) คนงานที่เกษียณตัวเองช้าลง(เกษียณอายุ 75 ปี) คนหนุ่มสาวก็น้อยลง (เจอปัญหาฆ่าตัวตายกันปีละ 3,000คน)แรงงานหนุ่มสาวที่แข็งแรงก็หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร…แล้ว ไหนจะเจอปัญหาคนญี่ปุ่นบ้านิยมวัตถุตั้งแต่เด็กยันแก่? ความเครียดจากปัญหาที่รุมเร้าเช่นนี้ อาจทำให้คนญี่ปุ่นเกิดเพี้ยนขึ้นมาได้? “ใครที่แตกต่างอยู่คนเดียว คนนั้นเป็นตัวประหลาด”

เราคงเคยเห็นในการ์ตูนผู้หญิงญี่ปุ่นที่ตัว นางเอกมักจะถูกเพื่อนหญิงร่วม ชั้นรังแก ด้วยเพราะความเป็นคนเชยยากจน ไม่สามารถเข้าพวกกับกลุ่มไหนได้โดยนางเอกก็มักจะเป็นยัยเฉิ่มไม่ทันคนเป็น ของเล่นให้เพื่อนแกล้งทุกวันโดยไม่โต้ตอบนี่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคม ไฮคลูสญี่ปุ่นที่กลายเป็นเรื่อง “ธรรมดา”ไปเสียแล้ว? เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ฉะนั้น ใครที่ไม่อยากถูกรังแก จะต้องปรับตัวเข้ากับสุภาษิต ที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม”  อย่าง ที่เราสังเกตแค่เยาวชนในปัจจุบันของประเทศเราว่าเริ่มบ้าวัตถุแล้วใน ประเทษญี่ปุ่นนี้ยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนแทบจะไปสุมตัวอยู่ตามร้านอาหารแดก ด่วนคาราโอเกะมากกว่าจะไปโรงเรียนเสียอีก และต่างก็มีอุปกรณ์ประจำตัวทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง กระเป๋านำเข้าแพงๆ เครื่องสำอางค์อิมพอร์ตแต่งหน้าทำผมแบบแทบจะเปลี่ยนทุกวัน…อย่าเข้าคิดว่า เด็กสาววัยทีนเหล่านี้ช่างอู้ฟู้ร่ำรวยทุกคนนะจ๊ะลำพังเงินเดือนพ่อแม่นั้น คงไม่พอจะสนองไลฟ์สไตล์ของพวกเธอแน่…เพราะฉะนั้นจะต้องหา “ลำไพ่พิเศษ” เพื่อมาซับพอร์ต

ใครเคยดูหนัง AV บ้าง? แถมเลยว่าร้อยทั้งร้อยตอบมาว่า “เคยดู” แต่ใครจะชอบมากชอบน้อยนั้นก็แตกต่างกันไป หนัง AV ที่ว่าก็คือ เป็นภาพยนตร์วิดีโอ วีซีดี หรือดีวีดี ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์! โดยมีการแบ่งเรตหนังออกเป็นทั้ง NC R X

โดยหนัง NC และ Rนั้นจะมีเนื้อหาพล็อตเรื่องที่มาที่มาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบอกที่มาที่ไป ของตัวละครโดยแบ่งเนื้อหาออกครึ่งนึง…และอีกครึ่งเป็นฉากทางเพศสัมพันธ์ หรือเลิฟซีน เพียงแต่เป็นเลิฟซีนที่ให้เห็นพอหวือหวา ไม่ถึงกับ “สอดใส่”กันจริง ทำเพียงให้คนดูคิดดูเสมือนเท่านั้นซึ่งพบได้ในหนังฮอลลีวู้ดในปัจจุบัน ที่แม้แต่ฉายขึ้นเป็นหนังโรงใหญ่ได้ แต่หนังเรตนี้เริ่มไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะเป็นการลงทุนที่สูงสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หากไม่ใช่ผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำสัตว์สารพัดทองคำทั้งหลาย ที่ทำหนังเพื่อศิลปะ ส่งประกวด หรือใจรักจริงๆไม่มีสปอนเซอร์ที่ไหนใคร่จะลงทุน โลกของธุรกิจอย่างไรก็ต้องการ “กำไร” คืนโดยใช้การ “ลงทุน” ให้น้อยที่สุด

หนัง เรต X จึงได้รับความนิยมที่สุดในวงการหนัง AV ญี่ปุ่น! ด้วยเนื้อหาของเรต X นั้น ไม่ต้องการพล็อตเรื่อง ที่มาที่ไปหรืออะไรที่เป็นเหตุเป็นผลทั้งสิ้น เนื้อหาจากเริ่มต้นถึงจุดจบของมันมีเพียงแต่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ที่เล่นจริง เจ็บจริง ทั้งนั้น! เริ่มต้นด้วยสร้างทีมงานขึ้นมาก่อนแล้ววางแนวเรื่องว่าจะให้เป็นไปในธีมไหน? จะถ่ายกล้องแบบไหน?มีจัดสถานที่แบบใดบ้างแล้วแต่ทุน ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ก็จะได้ฉากที่สวยงามแต่ถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อย อาจลักแอบใช้สถานที่ทางราชการ โรงแรมหรือแม้แต่ตามตรอกซอกซอยเปลี่ยวกับพุ่มไม้ในสวนสาธารณะก็เป็นอันใช้ ได้(แม้แต่เมืองไทยเอง โรงแรมดังก็โดนลักถ่ายทำไปหลายครั้งเช่นกัน)

เมื่อ ทีมงานพร้อมแล้ว การหาตัวแสดงก็เป็นลำดับต่อไป…โดยเฉพาะนางเอก นางเอกที่ทีมงานคัดนั้นอาจติดต่อโมเดลลิ่งที่จัดหานางเอกหนังนี้โดยเฉพาะนาง เอกเหล่านี้มีข้อดีก็คือมีประสบการณ์ รู้หลักการแสดง แต่ข้อเสียก็คือค่าตัวแพง เพราะแน่นอนว่าโมเดลลิ่งนั้นต้องขึ้นค่าตัวสูง …

วิธียอดนิยมรองลงมาแต่เสียเวลาหน่อย แต่ต้นทุนถูกนักแล คือ แมวมอง… …แมวมองจะเริ่มมองหาหญิงสาวที่เข้าสเป็ค (หน้าตาน่ารัก ขาวหมวย แอ๊บแบ๊วที่สำคัญ หน้าอกใหญ่ได้ยิ่งดี) จากนั้นก็จะแนะนำตัวว่ามาจากบริษัทอะไรบอกเนื้อหาและพล็อตเรื่อง รวมถึงราคาค่าตัว โดยราคาค่าตัวนั้น ถึง 1 ล้านเยน (300,000 บาท)ต่อหนึ่งเรื่อง!

สำหรับนักแสดงหน้าใหม่! เงิน 1 ล้านเยน ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ลำพังคนทำงานทั้งปี ยังเก็บไม่ได้เท่านี้เลย ฉะนั้น แค่ถ่ายหนังเพียงชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว! 1 ล้านเยน น่าจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ติ๊งต๊องได้สักใบแล้ว แลกกับการมาร่วมรักกับผู้ชาย(หรือเลสเลี้ยน) เด็กสาวใจแตกส่วนใหญ่ จึงเต็มใจที่จะถ่ายหนัง AVแบบไม่ตะขิดตะขวงอะไร!นั้นเพราะพวกเธอเองก็เสียสาวให้แฟนหนุ่มคนแรกแล้ว (และก็เลิกบ้างไม่เลิกบ้าง) ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แถมได้ตังค์อีกก็เป็นกำไรมากกว่าสัมพันธ์รักกับแฟนหนุ่มเสียด้วยซ้ำ (เพราะนอกจากเสียแล้วไม่เห็นจะให้ตังค์เลย)

เนื้อหาของหนังเรต X แทบจะไม่มีพล็อตเรื่องเลยมาฉากแรกก็อาจเห็นนางแบบสาวในชุดเต็มตัว สัมภาษณ์หน่อยๆว่ามาถ่ายหนังนี้เพื่ออะไร ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกหรือไม่ก็แต่งตัวชุดคอสเพลย์หวาบหวิว บางคนอยู่ในชุดโรงเรียนดังด้วยซ้ำจากนั้นก็เริ่มการโชว์ “ของที่แม่ให้มา” อย่างทีละนิดละหน่อยจากนั้นก็ “ช่วยตัวเอง” ด้วยการลูบไล้ตามร่างกายตัวเองทำหน้าตาให้รู้สึกอารมณ์คราง จากนั้นก็จะมีผู้ช่วยซึ่งอาจจะเป็นทีมงานถ่ายทำ หรือ “พระเอก” เข้ามาช่วย “เล้าโลม” ให้นางเอก “อุ่นเครื่อง” ในยกแรกก่อน

หลังจากนั้น ในยกสอง ส่วนใหญ่ก็จะไปยังเตียงซึ่งก็แล้วแต่ทีมงานจะลงทุนเตียงหรูหราระดับศิลปะ หลุยส์ หรือแค่เตียงเก่าๆแล้วแต่ทุน จากนั้นก็ปล่อยให้สองพระเอกต่างช่วยกันเล้าโลมเมื่อโหมโรงได้ที่แล้ว จึงเข้าสู่สนามจริงกัน ระยะเวลานั้นอาจจะยกเดียวจอดหรือพักไปสักยกแล้วเปลี่ยนตัวพระเอกมาเพื่อความ หลากหลาย ในบางเรื่องนั้นอาจเล่น 3P ขึ้นไป (เซ็กซ์หมู่ อาจเป็นชาย 2 หญิง 1หรือหญิง 2 ชาย 1) จำนวนอาจเปลี่ยนแปลงไปและการเล่นรักมากกว่า สองคนขึ้นไปนั้นโดยเฉพาะฝ่ายนางเอกที่ต้องเล่นหลายยกกับชายต่างคนก็จะเรียก ค่าตัวเพิ่มอีกเป็นพิเศษตามจำนวนพระเอกที่เธอต้องเล่น

เมื่อการ ถ่ายทำเสร็จสรรพดีแล้ว รับเงินค่าตัวไปเรียบร้อยแล้วอาจจะสิ้นสุดกัน…แต่บางรายก็ทำเป็นธุรกิจออก หน้าออกตาอย่างเต็มตัวแน่นอนว่า อาชีพนี่ได้เงินง่ายนักแสดงนั้นก็ย่อมติดใจที่จะยึดอาชีพที่แสนง่ายได้ค่า ตอบแทนกำไรหนักเช่นนี้เด็กสาวญี่ปุ่นหลายคนจึงยอมเข้าวงการนี้อย่างเต็มใจ!

วง การหนังเอวีนั้น คล้ายวงการบันเทิงไทยที่จะมีการจัดอันดับหนังเอวียอดเยี่ยม (ไม่ว่าด้านคุณภาพ การแสดง ยอดขายหรือความสวยของนางเอก)นักแสดงสาวเอวีจึงหวังที่จะให้ตัวเองขึ้นแท่น เป็นอันดับหนึ่งด้วยนอกจากการเป็นที่หนึ่งแล้ว จะช่วยกระตุ้นยอดขายหนังที่เธอเล่นทั้งยังเป็นหน้าตา เป็นไอดอลที่ดัง มีเสน่ห์นอกจากนั้นถ้าโชคดียังสามารถต่อยอดเข้าวงการบันเทิงได้ อย่างเช่น ซูฉีที่เคยเป็นดาราโป๊ก่อนจะพัฒนากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกงเทียบชั้น ดาราฮอลลีวู้ด

การเป็นดาราเอวีในสังคมญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเด็กสาวบางคนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หากติดท็อปดาราเอ วียอดนิยมเธอจะได้รับคำชมจากเพื่อนๆ เป็นการใหญ่บางรายถึงขั้นลาออกมาเป็นเล่นหนังอย่างเดียว รับทรัพย์อื้อซ่าไม่ต้องเรียนหนังสือให้ปวดหัวอีก…เพราะถึงจบปริญญาตรีมา ก็ตกงานเหมือนกันแล้วจะเรียนหนังสือไปให้เมื่อยตุ้มทำไม? ออกมาทำงานแบบนี้เต็มตัว สบายกว่ากันเยอะเลย และเมื่อเห็นเพื่อนได้ดี ก็ย่อมที่จะสร้างเครือข่ายชักนำเด็กสาวให้เข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มใจ โดยมีเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าตอบแทน

สิ่งที่พวกเธอต้องทำเพื่อ กระตุ้นยอดขายนั้นคล้ายงานโชว์พริตตี้โดยมีสินค้า เป็น “ร่างกาย” นั้นเองโดยในย่านช้อปปิ่งญี่ปุ่นนั้นจะมีโซนนิ่งที่ขายของเกี่ยวกับ “เซ็กซ์”โดยเฉพาะ และที่นี่เป็น “พื้นที่โฆษณา” โดยเหล่านางเอกเอวีจะแต่งตัวชุดวาบหวิวออกมาพร้อมกับ ให้เหล่า “ลูกค้า” ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึกจากนั้นก็จะมีการแจกใบโฆษณาหนัง ที่เธอเล่นมาให้บรรดาลูกค้าได้จำหน้าเธอได้และโปรโมทให้ไปซื้อหนังแผ่นของ เธอ ….โดยเหล่าผู้ชมสามารถถ่ายรูปเธอได้แบบทุกซอกทุกมุมชนิดว่าอยากถ่ายวิตถาร แค่ไหนก็ได้ตามใจนางเอกบางคนใจถึงก็ถึงกับเปลือยกายให้ชมเป็นออเดิร์ฟก่อน ที่จะซื้อผลงานของเธอกลับไปชมที่บ้าน

เมื่อเกิดค่านิยมว่า “ร่างกายเป็นของฉัน จะทำอย่างไรกับมันก็ได้” พวกเธอใช้คุณประโยชน์ของร่างกายที่ยังอ่อนเยาว์ นั้นหาประโยชน์กอบโกยให้ได้มากที่สุด วงการเอวีนั้นเป็นสงครามที่ดุเดือดมากสาวใดยึดอาชีพนี้จะต้องทำร่างกายให้ เต่งตึงอยู่เสมอประทินผิวให้เปล่งปลั่งเสมอ รวมถึงการลองบทบาทใหม่ๆ เรื่อยๆเพื่อมิให้ซ้ำซากจำเจ แม้จะรู้ว่าอายุนั้นเป็นตัวสำคัญยิ่งพวกเธออายุใกล้เลข 3 มากแค่ไหน ความนิยมก็ยิ่งเสื่อมลงเท่านั้น …ดังนั้นในช่วงที่อะไรยัง “เต่งตึง” อยู่ ก็ต้องรีบทำกำไรให้มากขึ้นเท่านั้น

แต่รูปแบบหนังเอวีนั้น ไม่ใช่มีแต่พล็อตสมยอม เพราะก็มีลูกค้าที่อยากดูการ “ข่มขืน” โดยนักแสดงที่ไม่เต็มใจ การมองหานั้นก็เหมือนแมวมองทั่วไป แต่มองหาเหยื่อที่มาคนเดียวหรือน้อยกว่า 5 คน จากนั้นก็เข้าไปทามทาบ เพราะตะล่อมง่ายไม่เช่นนั้นก็อาจมีการหลอกลวง…และบางทีถ้าถูกใจแต่ไม่ ยินยอมอาจมีรายการ “ฉุด” กันไปเลย…แน่นอนว่าแบบนี้ไม่ได้ค่าตัวแน่นอนที่ร้ายกว่านั้นอาจมีรายการ กักขังหน่วงเหนี่ยวใช้ให้คุ้มเมื่อหมดสภาพแล้วก็จัดการฆ่าปิด (โดยเฉพาะพวกวิดีโอใต้ดินของยากูซ่าที่ฉุดคนมาถ่ายทำวิดีโอฆ่าขายให้คนดู รสนิยมชอบหนังแนวนี้)

จึงมีคำเตือนในหมู่นักท่องเที่ยวว่าหากไป เดินย่านช้อปปิ้งญี่ปุ่นนั้น ห้ามเดินคนเดียวเด็ดขาด(แม้สองสามคนก็ไม่ควร เพราะทีมงานอาจมาเป็นแก็งส์ ควรเกาะกลุ่มใหญ่ราว 5คนขึ้นไป) เพราะอาจโดนฉุดไปเล่น “หนัง” โดยไม่เต็มใจสูญเสียทั้งตัวทั้งศักดิ์ศรี ไม่ได้เงินแม้แต่สักแดงเดียว

แม้แต่ผู้ชายเองก็อาจโดนฉุดไปเล่น “หนังเกย์” เข้า) พล็อตแนวนี้ได้รับความนิยมมากเพราะผู้แสดงนั้นมีความเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้ง แถมยิ่งถ้าเป็นการ “รุมโทรม” ยิ่งยอดขายสูงลิ่วบริษัทหนังหลายเรื่องใช้ให้ผู้กำกับทำพล็อตเรื่องสร้าง เป็นแนวข่มขืน(ให้นักแสดงเล่นประหนึ่งว่าตนเองถูกจับมาข่มขืนแต่มาจับได้ตรง มุมกล้องที่เป็นหนังเกินไป ทำให้รู้ว่าไก่กา) …พล็อตนี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ชอบความดิบเถื่อนของสิ่งมีชีวิตที่ได้ ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐ

อุตสาหกรรมสื่อโป๊ยังเจริญต่อไปในประเทศ ญี่ปุ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเลย สำหรับประเทศที่มีความเป็นวัฒนธรรมสูงแต่กระนั้นเหตุใดรัฐบาลญี่ปุ่นถึงไม่ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นภาพลักษณ์ทำลายประเทศ แม้แต่ในกฎหมายญี่ปุ่นยังบอกเองว่าสื่อโป๊นั้นเป็นสื่อผิดกฎหมาย …ทั้งนี้ เพราะมีอิทธิพลจากพวกมาเฟีย ยากูซ่าคอยคุมผลประโยชน์การค้าเนื้อสดตรงนี้อยู่เหล่านักการเมืองไม่กล้า เข้าไปยุ่ง เพราะวิธีตัดสินปัญหาของยากูซ่านั้นตัดสินกันง่ายๆ แค่กระสุนนัดเดียวก็จอด!แถมไม่ใช่แค่ฆ่านักการเมืองที่เข้ามาจุ้นเท่านั้น ยังอาจจะจัดการครอบครัวของผู้จุ้นจ้าน จับภรรยาและลูกๆไปเล่นหนังโป๊เสียให้เข็ด ความมีอิทธิพลมืดขนาดนี้ทำให้นักการเมืองและผู้กุมกฎหมาย จำเป็นต้องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่

ฉะนั้นอยากแปลกใจ ว่า ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นถึงวิตถารขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้รังแกผู้หญิงอย่างไม่มีความเมตตา …เพราะในสายตาของพวกเหล่านี้ ผู้หญิงเต็มใจเป็นของเล่นทางเพศสนองตัณหาให้นั่นเอง …และด้วยเด็กสาวกลับอยากไปขุดทองในวงการนี่เสียเองวงการหนังเอวีจึงเติบโต อย่างแข็งแกร่งลอยหน้าลอยตาเหล่าผู้อนุรักษ์นิยมไปได้หน้าตาเฉย ด้วยความเรืองอำนาจของระบบบริโภคนิยม…

japan9

japan-scholarship1

ผมว่าหลายคนชอบอะไรหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นนะครับ เริ่มตั้งแต่ช่วงเด็กๆเกมที่ผมได้เล่นก็เป็นของประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า เกมแฟมิคอม มันเป็นเกม 2d ที่สนุกมากๆ บังคับง่าย มีไม่กี่ปุ่ม สมัยนั้นผมยังจำได้เลยว่าเกมที่เล่นเกมแรกสำหรับผมคือเกมคอนทร่า สูตร 30 ตัวนี่เป็นคำบอกเล่าต่อๆกันมาของเพื่อนๆจำจนขึ้นใจจนถึงวันนี้กันเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นสูตรดักแก่กันได้ตลอด

japan9

จนโตขึ้น ผมก็เริ่มสนใจที่อยากจะไปเที่ยวญี่ปุ่นดูวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของพวกเค้าดูเหมือนกัน โลกมันกว้างนะครับ มีอะไรก็อยากไปพบไปเจอก่อนตายกันบ้าง โลกเรามันก็มีเงื่อนไขอะไรเล็กๆน้อยๆอยู่บ้าง คือถ้าอยากจะได้อะไร มันก็ต้องไขว่คว้าหาวิธีให้ได้มันมา ส่วนเหตุผลของคนไทยส่วนใหญ่ที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นก็มีคนทำวิจัยมาบ้างแล้วครับ เช่น เรื่องระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่น ทำงานเหมือนมดหาอาหาร และพวกเค้ายังมีมารยาทในสังคมสูงมาก ความไม่ชอบความวุ่นวายเป็นคุณสมบัติอย่างหนึงของชาวญี่ปุ่นเลยทีเดียว คุณจะไม่ค่อยเห็นคนญี่ปุ่นที่ขี้โวยวายมากนัก นอกจากเพื่อนสนิทเท่านั้น และญี่ปุ่นมีความปลอดภัยสูงมาก ขนาดที่ว่าคนเมาหลับข้างทางยังไม่มีใครขโมยเงินหรือปล้นพวกเค้าเลย อันนี้ก็แล้วแต่สถานที่เหมือนกันนะครับ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเหตุอาชญากรรมเล็กๆน้อยๆแบบนี้ และการไปเที่ยวญี่ปุ่นที่คนไทยชอบมากก็คือ การไม่เอาเปรียบหรือโกงนักท่องเที่ยว อย่างเช่นแท็กซี่ ที่ไม่โกงมิเตอร์เหมือนของคนไทยนะครับ พวกเค้ามีความหนักแน่นในการทำอาชีพแม้จะเล็กๆน้อยๆพวกเค้าก็มีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่โกงนักท่องเที่ยว และแม้แต่สินค้า ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องสินค้าปลอมมาหลอกขายเราเลย พวกเค้าควบคุมพลเมืองและสินค้าที่ขายกันอย่างดีมากเลยทีเดียว และอาหารของพวกเค้า เน้นการจัดวางที่สวยงาม แม้จะไม่อร่อยเท่าอาหารไทย แต่ก็เป็นอะไรที่ลงตัวในรูปแบบของอาหารญี่ปุ่นครับ ที่เน้นๆในประเทศพวกเค้าคือการคมนาคม จะไปไหนหรือไปเที่ยวที่ไหน สะดวกสบายมาก แค่นั่งรถไฟความเร็วสูงก็ไปถึงได้อย่างรวดเร็ว แต่หลังเริ่มมีคนไทยเช่ารถขับ แต่การขับผ่านค่าทางด่วนของญี่ปุ่นนั้นแพงมาก จึงไม่ค่อยมีคนไทยเช่ารถขับกันเท่าไหร่นัก

japan-scholarship3

สรุปการที่คนไทยชอบเที่ยวญี่ปุ่นก็เนื่องมาจากความมีระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่นและการไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว การคมนาคมที่สะดวกสะบาย ประเทศที่มีเทคโนโลยีทันสมัยไปซะทุกอย่าง และเป็นเมืองที่สวยงาม

a793e5457c7476b1bf0cda8058d003dd

ชาวญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่เก่าแก่และยาวนานโดยเฉพาะวัฒนธรรมการแต่งกาย ซึ่งของคนญี่ปุ่นนั้นจะมีการแยกการแต่งกายออกเป็นหลายระดับชั้น แต่ที่คนปัจจุบันยังนิยมอยู่ก็จะเป็น กิโมโน สำหรับผู้หญิงและผู้ชายก็สามารถใส่ได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อพูดถึงก็จะรู้ทันทีว่าเป็นชุดของชาวญี่ปุ่น

ชุดกิโมโน

Kimono2

ชุดกิโมโนมีมาตั้งแต่สมัยเฮอัน หรือตรงกับค.ศ.794-1192หรือพ.ศ.1337-1735 ชุดกิโมโนนั้นมีความหมายว่าเสื้อผ้า ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเหมือนชุดประจำชาติของชาวญี่ปุ่นสามารถสวมใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีลักษณะพิเศษตรงที่ชายเสื้อจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีผ้าแพรพันสะเอว (obi) ต่างกับชุดที่เป็นเสื้อผ้าของตะวันตก (yofuku) อย่างชัดเจน แต่ชุดกิโมโนผู้ที่สวยใส่หรือชาวญี่ปุ่นที่สวมใส่มันจะทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับศิลปะหรือในงานพิธีพิเศษเท่านั้นชาวญี่ปุ่นพัฒนาเทคนิคการตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยการตัดผ้าเป็นเส้นตรง เพื่อให้ง่ายต่อการสวมใส่ อีกทั้งยังเป็นที่เหมาะกับทุกสภาพอากาศ ถ้าฤดูหนาวใช้ผ้าหนา ถ้าฤดูร้อนใช้ผ้าบางๆความสะดวกสบายนี้ทำให้ชุดกิโมโนแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ผู้ตัดเย็บจะคิดค้นหาวิธีที่ทำให้ชุดกิโมโนมีสีสันผสมผสานกันด้วยสีต่างๆให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ จนมาถึงในยุคเมจิก็จะเอาไว้ใช้กันแค่ในงานพิธีสำคัญเท่านั้น ไม่ได้ใส่กันตลอดเวลา Kimono เป็นชุดประจำชาติญี่ปุ่น ทำจากผ้าไหม นิยมใส่ในโอกาสพิเศษและเป็นทางการ เช่น งานแต่งงาน คำว่า Kimono แปลตรงๆ ว่า “สิ่งที่จะสวมใส่” มาจากคำว่า “Ki” [สวมใส่] กับ “Mono” Kimono มีลักษณะคล้ายกับ Yukata ต่างกันที่ Kimono มีเสื้อซับใน 2 ชั้นที่เรียกว่า Hadajuban และ Nagijuban ส่วน Yukata ไม่มีเสื้อซับในดังนั้นจึงสรุปง่ายๆ ว่า “Yukata เป็นชุด Kimono แบบไม่เป็นทางการและไม่มีเสื้อซับใน” นั่นเอง

‘กิโมโน’ ชุดนี้มีที่มาจากเว็บไซต์ Manager

ชุดยูกาตะ

672224-img-1366522116-2

ชุดยูกาตะทำจากผ้าฝ้าย เป็นชุด Kimono แบบไม่เป็นทางการที่นิยมใส่สบายๆ กับ Geta [เกี๊ยะไม้] และ Obi [ผ้าคาดเอว] ในฤดูร้อน คำว่า Yukata จริงๆ มาจากคำว่า Yoku [อาบน้ำ] กับ Katabira [เสื้อที่ใส่ไว้ข้างใน] รวมกันแปลว่า “ชุดอาบน้ำ” สำหรับใส่หลังจากอาบน้ำเสร็จ ซึ่งปัจจุบันนิยมใส่ในหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นใส่ไปงานเทศกาล ใส่นอนเล่นอยู่บ้าน รวมถึงเมื่อเข้าพักที่โรงแรมด้วย เด็กๆ จะใส่ชุดสีสันสดใส ส่วนผู้สูงอายุที่จะใส่สีเข้มๆ โดยเด็กสาวจะนิยมใส่ลายดอกไม้ โตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ก็จะใส่ลายรูปทรงเรขาคณิต [สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม บลาๆ] ส่วนผู้ชายจะนิยมใส่สีเข้มทึบ และมักใส่กันในเทศกาล Hanabi [งานดอกไม้ไฟ]

ชุดอูชิคาเคะ

a793e5457c7476b1bf0cda8058d003dd

ชุดอูชิคาเคะ (uchikake)ใส่ได้เฉพาะหญิงสาวเท่านั้นเป็นชุดกิโมโนยาวเต็มยศซึ่งเจ้าสาวจะเป็นผู้สวมใส่ในพิธีแต่งงาน ตัดเย็บจากผ้าไหมประดับด้วยดิ้นไหมสีทองและเงิน ส่วยใหญ่จะเป็นลวดลายดอกไม้หรือนก

เบื้องต้นก็จะใช้ 3 ชุดในการใช้ในชีวิตประจำวันงานเทศกาลและงานพิธีพิเศษต่างๆนั่นเอง และยังมีชุดที่ระดับขุนนางใส่ก็จะแยกย่อยไปอีก แต่เท่านี้เราก็ได้ทราบถึงวัฒนธรรมการแต่งกายของคนญี่ปุ่นสมัยเก่าๆกันบ้างแล้วนะครับ แต่สมัยนี้ก็เหมือนกันทั่วโลก คือเน้นใส่สบายตามฤดูกาลเท่านั้นเองครับ

672224-img-1366522116-2

โดยทั่วไปคนญี่ปุ่นนั้นจะบ้างาน ไม่ค่อยเน้นสังคมกันซักเท่าไหร่ แต่พวกเค้าจะรักษาเวลาและการให้สัญญามาก ถือเป็นเรื่องสำคัญเลยทีเดียว และหากเค้ามีเหตุที่ไปไม่ได้ เค้าจะโทรไปเลื่อนนัดอย่างเป็นทางการ ไม่เฉยชาหรือปล่อยผ่านอย่างน่าเกลียด พวกเค้าเอาจริงเอาจังกับงานจนค่ำมืดจนอาจไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัว

672224-img-1366522116-2

โดยปกติคนญี่ปุ่นจะเน้นสังคมที่อยู่กันเป็นกลุ่ม คนนอกกลุ่มนั้นจะเป็นคนนอกสำหรับพวกเค้าและจะเป็นคนแปลกหน้า พวกเค้าจะไม่คบค้าสมาคมกับคนแปลกหน้าและจะไม่คุยด้วย แต่หากได้รู้จักกันแล้ว พวกเค้าจะเปิดใจมากขึ้นและคบค้าสมาคมแบบคนสนิทเลยทีเดียว พวกเค้าจะละเอียดอ่อนและระมัดระวังความรู้สึกของคนอื่นอย่างมาก คำพูดพวกเค้าจึงมีการระวังก่อนจะพูดอะไรทุกครั้ง เรียกได้ว่า แผลทางกายรักษาได้ แต่แผลทางใจรักษายาก เค้าจึงระมัดระวังเรื่องการบาดหมางกันโดยไม่ใช่เหตุจำเป็น และหากพวกเค้าจะตอบปฏิเสธอะไรนั้น จะเป็นในรูปแบบที่ถนอมน้ำใจกันเป็นอย่างมาก เช่น เมื่อจะปฏิเสธคำเชิญชวนหรือคำแนะนำ จะเลี่ยงไปตอบด้วยการพูดว่า “chotto…” ซึ่งก็คือ “ออกจะ…” แล้วก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า “ไม่สะดวก” คำว่า “chotto”ไม่ได้ใช้เฉพาะในการเรียกความสนใจเท่านั้น แต่ยังใช้ในเวลาที่อยากจะปฏิเสธด้วย เป็นสำนวนที่สะดวกมากแม้แต่ในสถานการณ์เกี่ยวกับธุรกิจ สำนวนอ้อม ๆ ก็ใช้บ่อย เช่น ในกรณีที่จะปฏิเสธข้อเจรจาทางธุรกิจกับคู่เจรจา สำนวนที่ใช้บ่อยคือ “kentô shitemimasu” ซึ่งมีความหมายว่า “จะลองพิจารณาดู” แต่จริง ๆ แล้ว มีความหมายว่า “กรุณาอย่าคาดหวังการตอบรับ” รวมอยู่ด้วย และการเคารพ หรือการทักทายของคนญี่ปุ่น จะเป็นการโค้งตัวให้อีกฝ่าย โดยจะมีลำดับชั้นตามการโค้งว่าโค้งมากก็เคารพมากและอ่อนน้อมมาก โค้งให้หลายครั้งก็คือการเคารพสูงตามจำนวนครั้งหรืออาจเป็นการขอโทษ เช่น การโค้งทักทาย (Eshaku/えしゃく/ อิชิคุ) คือ การทักทายกับผู้ที่สนิทแบบเป็นกันเอง วิธีการคือ ก้มตัวทำมุมประมาณ 15 องศา

10644929_10203235486035935_7039558072607369387_n
การโค้งเคารพแบบธรรมดา (Futsuu Rei/ふつう/ ฟุสึยุ) คือ การทักทายกับผู้ที่เรารู้จัก หรือพนักงานขายกับลูกค้า วิธีการคือ ก้มตัวประมาณ 30 องศา
การโค้งเคารพแบบนอบน้อม (Saikei Rei/さつうれい/ ซาอิเครอิ เรอิ) คือ การให้ความเคารพกับผู้ใหญ่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า หรือเจ้านายที่มีตำแหน่งสูง วิธีการคือ ก้มตัวประมาร 45 องศา กับแนวเส้นตรง

เบื้องต้นก็จะมีขนบธรรมเนียมประเพณีมารยาทที่ถือปฏิบัติกันประมาณนี้ สรุปแล้วคนญี่ปุ่นนั้นเป็นคนที่อ่อนโยนต่อความรู้สึก ให้เกียร์ติผู้อื่นและตัวเองสูงมาก และมีความมีวัยนัยในตัวเองสูงเช่นกัน พวกเค้าล้วนเป็นแบบอย่างให้ชาติอื่นได้เอาไปใช้เป็นแบบอย่างได้เป็นอย่างดีสำหรับเอเชียภูมิภาคนี้

ดาวน์โหลด

 

0006BBF9E616E90551D87Dj

ปกติภูมิประเทศของญี่ปุ่นนั้นเป็นเทือกเขาที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลและมหาสมุทร และอาหารที่ได้จากแหล่งน้ำทะเลก็เป็นส่วนนึงของอาหารหลักเลวทีเดียว ด้วยอากาศที่หนาวจัดจนหิมะตก พวกเค้าจึงนิยมกินอาหารทะเลและพืชผักฤดูหนาวเป็นส่วนใหญ่ และต่อมาพวกเค้าเริ่มพัฒนาการกินเนื้อ จนที่เราได้เห็นในปัจจุบันว่าจะมีร้าน ชาบู ร้านสุกี้ ซึ่งเป็นของคนญี่ปุ่นเป็นต้นตำรับ และได้แพร่ขยายมาที่ประเทศไทยและเป็นที่นิยมกันอย่างมาก เนื่องด้วยมีเนื้อ ผัก และอาหารทะเลครบทุกอย่าง และเอาไปต้มหรือย่างในหม้อไฟ ภูมิอากาศของญี่ปุ่นจะมีสี่ฤดูก็คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ความแตกต่างของฤดูกาลทำให้สามารถใช้วัตถุดิบอาหารที่เหมาะสมกับแต่ละฤดู แต่การลิ้มรสชาติของอาหารญี่ปุ่นนั้นเน้นไปที่สัมผัสทั้งห้าของมนุษย์เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นที่หอม สัมผัสที่นุ่มลิ้น รสชาติที่อร่อยถูกปาก ความสวยงามของการจัดวาง และเสียงหม้อไฟเดือดปุดๆที่ทำให้กระตุ้นความหิวได้มากขึ้น]

ดาวน์โหลด

สรุปแล้วชาวญี่ปุ่นเน้นอาหารที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโภชนาการที่สะอาด อาหารที่มีวิตามินครบห้าหมู่ที่ชาวไทยเน้นย้ำให้ทานกันให้ครบเพื่อสุขภาพที่ดี รสชาติอาหารที่ต้องอร่อยจนทำให้ทานได้ตลอดเวลาไม่มีเบื่อ การจัดวางของอาหารที่สวยงามตาในการมองเห็นเพื่อให้เกิดความอยากอาหาร การหั่นชิ้นเนื้อหรือการหมักเนื้อที่ทำให้นุ่มลิ้นน่ากินมากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งการบริการที่เน้นความสุภาพอ่อนโยนในแบบฉบับของคนญี่ปุ่นโดยแท้ จึงทำให้มีการตอบรับที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ และแพร่หลายไปทั่วโลก

800px-flag_of_japansvg

ประเทศ “ญี่ปุ่น” ที่คนไทยเรียกกันอย่างคุ้นหูและติดปากนั้น คนญี่ปุ่นเค้าเรียกชื่อประเทศตัวเองกันว่าอย่างไร และในภาษาอื่นเค้าเรียกประเทศ “ญี่ปุ่น” ว่าอย่างไรกันบ้าง

แท้จริงแล้วคนญี่ปุ่น หรือคนในประเทศญี่ปุ่นที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นจะเรียกชื่อประเทศญี่ปุ่นของตนเองว่า นิปปง (にっぽん)หรือ นิฮง (にほん)ซึ่งใช้คันจิตัวเดียวกันคือ 日本 คำว่านิปปง มักใช้ในกรณีที่เป็นทางการ ส่วนคำว่า นิฮง จะเป็นศัพท์ที่ใช้โดยทั่วไป และเริ่มใช้ชื่อเรียกว่า “นิฮง/นิปปง (日本) “เป็นชื่อประเทศเมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ 12 จนถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 13 และที่เรียกประเทศญี่ปุ่นว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย ชื่อแบบนี้แฟนบอลโลกคงจะทราบดีนะครับว่าเอามาเรียกกันบ่อยๆ เพราะตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์